* ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ทางษริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาและอุปกรณ์โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

รถมอเตอร์ไซค์ทั้งหมดติดตั้งมาพร้อมอุปกรณ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น (เช่น แผ่นสะท้อนแสงตามมาตรฐาน Euro 4) ภาพประกอบในเว็บไซต์อาจแตกต่างจากรถจริง กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดอย่างเป็นทางการสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

รถมอเตอร์ไซค์ทั้งหมดติดตั้งมาพร้อมอุปกรณ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น (เช่น แผ่นสะท้อนแสงตามมาตรฐาน Euro 4) ภาพประกอบในเว็บไซต์อาจแตกต่างจากรถจริง กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดอย่างเป็นทางการสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

BMW R nineT Urban G/S ในรุ่น “Edition 40 Years GS”

การออกแบบในตำนาน

การออกแบบสีดำเหลืองของ “Edition 40 Years GS” ถือเป็นการให้เกียรติต่อรถจักรยานยนต์แบบ Travel Enduro คันแรกในตำนานของ BMW Motorrad โดยเฉพาะ R 100 GS การเน้นย้ำที่โดดเด่นนั้นชวนให้นึกถึงมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับชื่อเล่นว่า “Bumblebee” ในเวลานั้นอย่างรวดเร็ว สำหรับ R nineT Urban G/S รุ่น “Edition 40 Years GS” ในปัจจุบัน ฝาครอบวาล์วกัดขึ้นรูปของชุดแต่ง Option 719 และที่ป้องกันมือสีเหลืองนั้นพิสูจน์ให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียด ยางแบบออฟโรดและระบบไอเสีย Scrambler ยกสูงช่วยเติมเต็มรูปลักษณ์ให้ดูสมบูรณ์ขึ้น อีกทั้งยังชวนให้นึกถึงเรื่องราวของ GS ที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์สำคัญมากมายกว่า 40 ปีอีกด้วย

ไฮไลท์ของ “Edition 40 Years GS”

การออกแบบที่โดดเด่นของ R nineT Urban G/S และรูปลักษณ์ในตำนานของ “Bumblebee” นั้นคือรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความสำเร็จ

+ ศึกษาเพิ่มเติม
สติกเกอร์ 40 Years GS บนถังน้ำมันเชื้อเพลิง
We see the 40 Years GS sticker on the tank of the R nineT Urban G/S.
ที่นั่งสีดำเหลืองพร้อมสติกเกอร์ GS
We see the black and yellow seat of the R nineT Urban G/S.
ฝาครอบวาล์วของชุดแต่ง Option 719
We see the cylinder head cover of the R nineT Urban G/S.
ตัวอักษร 1200 cc บนถังน้ำมันเชื้อเพลิง
We see the 1200 cc lettering on the tank of the R nineT Urban G/S.
กระจกบังลมหน้าพร้อมโลโก้ GS
We see the windscreen of the R nineT Urban G/S incl. GS logo.
ระบบไอเสีย
We see the raised exhaust system of the R nineT Urban G/S.
กระทะล้อสีทอง
We see the golden rims of the R nineT Urban G/S.
ที่ป้องกันมือสีเหลือง
We see the yellow hand protector of the R nineT Urban G/S.

R nineT Urban G/S พื้นฐานที่น่าสนใจ

R nineT Urban G/S พื้นฐานที่น่าสนใจ

R nineT Urban G/S คือแรงบันดาลใจ รูปลักษณ์ที่โดดเด่น เครื่องยนต์บ็อกเซอร์อันทันสมัย รูปทรงเรขาคณิต และการจัดการกับรถที่สมดุลนั้นรับประกันถึงสุนทรียภาพในการขับขี่ที่บริสุทธิ์ และด้วยโอกาสในการสร้างความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลมากมายจะช่วยให้คุณทำให้รถคันนี้กลายเป็นมอเตอร์ไซค์ที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณได้ คุณจึงสามารถขับมอเตอร์ไซค์ในเมืองได้อย่างเหนือระดับราวกับขับบนถนนลูกรังและทางกรวดนอกถนนลาดยางมะตอย ซึ่งชื่อของ R nineT Urban G/S นั้นบ่งบอกถึงชื่อของโปรแกรมอย่างชัดเจนแล้ว

+ ศึกษาเพิ่มเติม

40 ปีของระบบขับเคลื่อนแห่งการผจญภัย

แบบอย่างที่เห็นได้ชัดของ R nineT Urban G/S: ภายใน 40 ปี GS ไปมาเกือบทุกที่บนโลก จากแอฟริกาสู่เอเชียกลาง: รถจักรยานยนต์ที่เชี่ยวชาญในทุกภูมิประเทศและท้องถนน ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างทรงพลังและกล้าเผชิญสิ่งต่างๆ อย่างกล้าหาญ GS คือผู้บุกเบิกรถจักรยานยนต์แบบ Travel Enduro

+ ศึกษาเพิ่มเติม
1980
เปิดตัว GS รุ่นแรก ซึ่งคือ R 80 G/S
6
รุ่น GS ที่มีรูปแบบให้เลือกหลากหลาย
40
ประสบการณ์อันยาวนานหลายปีที่ไม่มีใครเหมือนของตำนาน GS
1.2
มีการสร้าง GS มากกว่า 1.2 ล้านรุ่นจนถึงปัจจุบัน

กว่า 40 ปีแล้วที่มีการนิยาม GS ว่าคือการผจญภัย การอยากรู้อยากลองสิ่งแปลกใหม่ และชุมชนที่มีการใช้ชีวิตอย่าง #SpiritOfGS ในทุกๆ กิโลเมตร เรื่องราวความสำเร็จของ GS เริ่มขึ้นจาก R 80 G/S ในปี 1980: GS กลายเป็นมอเตอร์ไซค์ยอดนิยมสำหรับทุกความท้าทายบนท้องถนนและออฟโรด

+ ศึกษาเพิ่มเติม
จากกีฬาออฟโรดสู่ท้องถนน

1978 ถึง 1980:

BMW Motorrad ได้ดึงดูดความสนใจด้วยการเป็นผู้เริ่มสร้าง GS คันแรกในปี 1978: GS 80 ชนะสองเหรียญทองในการแข่งขันชิงแชมป์โลก Six Days ซึ่ง GS 80 ได้รับการพัฒนาโดยทีมพัฒนาภายในบริษัทโดยไม่มีคำสั่งอย่างเป็นทางการ แต่อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนั้นก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าวิศวกรและช่างเทคนิคเครื่องยนต์นั้นทำถูกต้อง: มอเตอร์ไซค์ของพวกเขานั้นรับประกันถึงสุนทรียภาพในการขับขี่ที่เหมาะสมทั้งแบบออฟโรดและบนท้องถนน และเข้าสู่ตลาดในปี 1980 โดยมีการดัดแปลงชื่อเรียกเล็กน้อยเป็น BMW R 80 G/S

ชัยชนะเริ่มต้นขึ้น

1980 ถึง 1987:

GS ทำให้ BMW Motorrad ประสบความสำเร็จในการรวบรวมออฟโรดและท้องถนนเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ: ไม่ว่าจะอยู่บนพื้นแบบใด ผู้ขับก็สามารถควบคุมตัวเครื่องได้อย่างอยู่หมัดในทุกสถานการณ์ อีกทั้งยังเพลิดเพลินไปกับความสะดวกสบายสูงสุดบนเส้นทางที่ยาวไกลอีกด้วย โดยไฮไลท์อยู่ที่ Monolever ที่เรียกกันว่าสวิงแขนเดี่ยวซึ่งมีการติดตั้งบนรถจักรยานยนต์เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งจะช่วยให้มีน้ำหนักที่เบาลงและสามารถเปลี่ยนล้อหลังได้อย่างรวดเร็ว ด้วย R 80 G/S ทาง BMW Motorrad จึงก่อตั้งกลุ่มของการท่องเที่ยวแบบ Enduro ที่สะดวกสบายขนาดใหญ่ขึ้นมา และยังคงเป็นผู้ดูแลกลุ่มนั้นจนถึงปัจจุบัน

GS ดึงดูดใจด้วยความจุของกระบอกสูบและพลังที่มากขึ้น

1987 ถึง 1996:

R 100 GS รุ่นยอดนิยมรุ่นใหม่ดึงดูดใจด้วยความจุของกระบอกสูบขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้รถคันนี้กลายเป็น Enduro ที่แข็งแกร่งและเร็วที่สุดในตลาด ที่ล้อหลัง แขนแกว่งคู่แบบ Paralever จะช่วยให้มั่นใจในการจัดการบนออฟโรดและท้องถนนได้อย่างง่ายดาย ซึ่ง R 100 GS สีดำเหลืองโดดเด่นนั้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “Bumblebee” จนทุกวันนี้สีก็ยังเป็นไฮไลท์ที่แท้จริงสำหรับเหล่าสิงห์นักบิด อีกทั้งยังมีการใช้สีนี้ในรุ่นพิเศษ “Edition 40 Years GS” ในปีนี้อีกด้วย

บทใหม่ของรถจักรยานยนต์แบบ Travel Enduro

1994 ถึง 2003:

GS กำลังจะกลายเป็นไอคอน แต่ก็ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง: ปี 1994 มีการเปิดตัว R 1100 GS ซึ่งเป็น Enduro คันแรกที่มีเครื่องยนต์บ็อกเซอร์สี่วาล์ว รถคันนี้ดึงดูดใจด้วยการจัดการบนออฟโรดและคุณสมบัติที่ดีเลิศสำหรับการทัวร์ที่ยาวนาน และต่อมาก็ได้มีการพัฒนาต่อยอด R 1150 GS ขึ้นมาในปี 1999 คุณสมบัติด้านการทัวร์ได้รับการพัฒนาต่อเนื่องอย่างมีจุดมุ่งหมาย และในปี 2002 ก็ได้มีการปรับปรุง R 1150 GS Adventure ให้เหมาะสมกับความต้องการของนักเดินทางไกลให้มากยิ่งขึ้น และซีรีส์ Adventure ก็ถือกำหนดขึ้น

จากเครื่องยนต์สูบเดี่ยวสู่เครื่องยนต์สองลูกสูบ

2000 ถึง 2008:

รุ่น “Funduro” F 650 และ F 650 ST ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากรวมถึงเริ่มต้นขับได้อย่างง่ายดายได้สัมผัสกับแนวคิดเครื่องยนต์ที่ได้รับการแก้ไขในช่วงเริ่มสหัสวรรษใหม่ ด้วยการประกอบเครื่องยนต์สูบเดี่ยวที่ระบายความร้อนด้วยน้ำแบบใหม่ ผู้ขับ F 650 GS และ F 650 GS Dakar จึงไม่เพียงแค่สัมผัสได้ถึงการใช้เครื่องยนต์ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ยังสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของ Enduro แท้ๆ อีกด้วย ในปี 2008 ก็ได้มีการติดตั้งเครื่องยนต์แบบแถวเรียงสองลูกสูบที่ระบายความร้อนด้วยของเหลวในรุ่น Enduro ที่พัฒนาขึ้นใหม่ทั้งสองรุ่นคือ F 650 GS และ F 800 GS ซึ่งหมายถึงการผจญภัยอย่างแท้จริงแม้ในรุ่นรถระดับกลาง

จากเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ที่ระบายความร้อนด้วยลมสู่เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ที่ระบายความร้อนด้วยน้ำ

2004 ถึง 2017:

BMW Motorrad เปิดตัว R 1200 GS ครั้งใหม่ในปี 2004 โดยมีความจุของกระบอกสูบ กำลัง และแรงบิดเพิ่มมากขึ้น และในขณะเดียวกันก็มีน้ำหนักน้อยลงถึง 30 กิโลกรัมซึ่งแสดงให้เห็นถึงไดนามิกที่สูงขึ้นในทุกพื้นที่ ยุคใหม่เริ่มขึ้นในเกือบสิบปีต่อมา เนื่องจากวิศวกรของ BMW Motorrad มีการติดตั้งเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ที่ระบายความร้อนด้วยน้ำให้กับ R 1200 GS ซึ่งถือเป็นความแปลกใหม่อย่างแท้จริง นอกจากนี้มอเตอร์ไซค์คันนี้ยังมีแชสซีกึ่งแอคทีฟที่มาพร้อมกับระบบ Dynamic ESA (Electronic Suspension Adjustment หรือการปรับช่วงล่างด้วยระบบไฟฟ้า) ซึ่งช่วยยกระดับการจัดการและความสะดวกสบายในการขับขี่ขึ้นไปอีกขั้น

GS ยังคงแข็งแกร่งขึ้น

ช่วงเวลาหลายปีที่ BMW Motorrad ยังคงทำงานกับตำนาน GS ต่อไปเรื่อยๆ R 1250 GS ยอดนิยมแสดงให้เห็นเครื่องยนต์บ็อกเซอร์สองลูกสูบที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง: โดยเครื่องยนต์มอบพลังที่มากขึ้นในทุกช่วงความเร็วรอบเครื่องผ่านตัวควบคุมเวลาผันแปรเพลาลูกเบี้ยวของ BMW ShiftCam อีกทั้งยังทำให้ GS เหนือระดับขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการพัฒนารุ่นระดับกลางอย่าง F 750 GS และ F 850 GS อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังรับประกันถึงสุนทรียภาพในการขับขี่ที่มากขึ้นเนื่องจากความจุของกระบอกสูบที่ใหญ่ขึ้นและแชสซีที่มีการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน

สบายหายห่วง 3 ปี

Ride on & on & on เราจะมอบให้คุณอีกหนึ่งปีเป็นพิเศษ

คุณจะได้รับประกันหายห่วงเพิ่มอีกหนึ่งปีเป็นพิเศษจากประกันตามกฎหมายทันทีที่ซื้อรถจักรยานยนต์

เรียนรู้เพิ่มเติม

#SpiritOfGS

กว่า 40 ปีที่ #SpiritOfGS รวบรวมผู้ขับขี่จักรยานยนต์มาไว้ด้วยกัน และมีการแพร่กระจายโดยชุมชนทั่วโลก เพียงขับรถออกไป สัมผัสการผจญภัยใหม่ๆ และค้นพบกับสิ่งใหม่ๆ เราจะร่วมกันเขียนเรื่องราวใหม่ไปด้วยกันเสมอ ให้ชุมชน GS เป็นแรงบันดาลใจในประสบการณ์ใหม่ๆ ของคุณ ลองสัมผัสกับ #SpiritOfGS ดูสิ

+ ศึกษาเพิ่มเติม

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ #SpiritOfGS

spinner